Square Enix จุดชนวนกระแสต่อต้านครั้งใหม่ด้วยการกระชับความร่วมมือกับ Google AI ในเกม Dragon Quest ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
Square Enix เผชิญกับกระแสต่อต้านอีกครั้งหลังจากขยายความร่วมมือกับ Google ในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับกิจกรรม Dragon Quest ครั้งใหม่ในโตเกียว โดยไม่สนใจคำวิจารณ์จากแฟนๆ ก่อนหน้านี้

Square Enix ตกเป็นศูนย์กลางของข้อถกเถียงร้อนแรงในวงการเกมอีกครั้ง เนื่องจากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในเกม Dragon Quest อันโด่งดัง แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากแฟนๆ เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในเกม RPG ซีรีส์ยอดนิยมนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ผู้จัดจำหน่ายชาวญี่ปุ่นก็ได้ประกาศโครงการใหม่ 'Gemini Quest' โดยร่วมมือกับ Google
โครงการ 'Gemini Quest'
กิจกรรม 'Gemini Quest' จะเปิดตัวในวันที่ 30 กรกฎาคม ที่โตเกียว โดยใช้ประโยชน์จาก AI Gemini ของ Google เพื่อสร้างประสบการณ์เสมือนจริงแบบโต้ตอบ ผู้เข้าร่วมงานสามารถใช้แอปพลิเคชัน Gemini สแกนบาร์โค้ดในหลายเขตของโตเกียว กระบวนการนี้จะสร้างเวทมนตร์ในรูปแบบ AR ซึ่งผู้เล่นสามารถใช้เพื่อปราบมอนสเตอร์และท้าทายจ้าวแห่งมังกรได้ ผู้เข้าร่วมที่ประสบความสำเร็จจะได้รับเหรียญขนาดเล็กสุดพิเศษที่มีรูปสัตว์ในตำนานจากซีรีส์
แม้ว่าความทะเยอทะยานทางเทคนิคจะชัดเจน แต่การนำไปใช้จริงกลับทำให้ผู้ติดตามมานานหลายคนรู้สึกไม่สบายใจรูปแบบของการบูรณาการที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียง
การประกาศล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการตัดสินใจที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงมากมายเกี่ยวกับทิศทางของแบรนด์ Dragon Quest ในเดือนพฤษภาคม การเปิดตัว 'Dragon Quest 12: Beyond Dreams' ได้รับปฏิกิริยาที่หลากหลายจากชุมชน ก่อนหน้านี้ ในเดือนมีนาคม การแนะนำ 'Oshaberi Slimey' ตัวละครใน Dragon Quest 10 ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สร้างสรรค์ของ Google และออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทาง AI สำหรับผู้เล่น ได้จุดประกายการถกเถียงอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับบทบาทของระบบอัตโนมัติในประสบการณ์การเล่นเกมแบบดั้งเดิม
กระแสต่อต้านจากแฟนๆ และความกังวลในอนาคต
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยความคิดเห็นเชิงลบจากผู้เล่นที่รู้สึกว่าการบูรณาการ AI ขัดแย้งกับจิตวิญญาณของแฟรนไชส์
ความคิดเห็นมีตั้งแต่การแสดงความไม่สบายใจอย่างง่ายๆ ไปจนถึงการเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาให้ทีมพัฒนาเปลี่ยนเส้นทางทรัพยากรไปสู่การพัฒนาเกมหลักๆ อย่าง Dragon Quest 12 ให้เสร็จแทนที่จะมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้ AI ในขณะที่ Square Enix ยังคงเดินหน้าสานสัมพันธ์กับบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ กลุ่มแฟนคลับหลักยังคงไม่แน่ใจเกี่ยวกับอนาคตของซีรีส์ โดยตั้งคำถามว่านวัตกรรมเหล่านี้เพิ่มมูลค่าหรือเป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาดที่สร้างความแตกแยกกันแน่