เหตุใดเกม JRPG จึงเหนือกว่าเกม RPG จากฝั่งตะวันตก: มุมมองจากผู้สร้างเกม 'Clair Obscur'
กิโยม โบรช ผู้สร้างเกม Clair Obscur กล่าวถึงเหตุผลที่เกม RPG สไตล์ญี่ปุ่นนำเสนอตัวละครที่มีมิติและน่าจดจำมากกว่าเกมโอเพ่นเวิลด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Skyrim และ Baldur's Gate 3

ในมุมมองที่กระตุ้นความคิดซึ่งท้าทายการครองตลาดของเกมโอเพ่นเวิลด์ยักษ์ใหญ่ Guillaume Broche ผู้สร้างเกมอินดี้ที่กำลังจะวางจำหน่ายอย่าง 'Clair Obscur' ได้จุดประกายการถกเถียงเกี่ยวกับจุดแข็งที่แท้จริงของเกม RPG สไตล์ญี่ปุ่น (JRPG) เหนือเกม RPG สไตล์ตะวันตกอย่าง 'Skyrim' หรือ 'Baldur's Gate 3'
การเน้นความลึกซึ้งของตัวละคร
ในขณะที่เกม RPG ขนาดใหญ่ของตะวันตกได้รับการยกย่องในเรื่องอิสระในการตัดสินใจของผู้เล่น โลกเปิดกว้าง และอิสระในการเล่นแบบแซนด์บ็อกซ์ Broche โต้แย้งว่า JRPG โดดเด่นในมิติที่แตกต่างออกไป ซึ่งอาจมีผลกระทบมากกว่า นั่นคือเรื่องราวของตัวละคร ตามที่ผู้พัฒนาเกมกล่าว จุดแข็งของเกม JRPG อยู่ที่ความสามารถในการสร้างตัวเอกที่น่าจดจำอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเส้นเรื่องของตัวละครได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกร่วมด้วย
แตกต่างจากตัวเอกที่ว่างเปล่าซึ่งมักพบในมหากาพย์ตะวันตก ที่ผู้เล่นจะสวมบทบาทเป็นตัวละครนั้น ๆ เกม JRPG นำเสนอตัวละครที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งมอบการเดินทางทางอารมณ์ที่สมบูรณ์และได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีการควบคุมการเล่าเรื่องเทียบกับอิสรภาพของผู้เล่น
'Baldur's Gate 3' และ 'Skyrim' เป็นเกมที่ปฏิวัติวงการอย่างไม่ต้องสงสัยในแง่ของกลไกการเล่นบทบาทและจำนวนตัวเลือกที่มีให้เลือกมากมาย อย่างไรก็ตาม Broche ชี้ให้เห็นว่าอิสรภาพที่มากเกินไปนี้บางครั้งอาจทำให้จุดสนใจของการเล่าเรื่องลดลง ในเกม JRPG ผู้พัฒนาสามารถควบคุมจังหวะการดำเนินเรื่องและอารมณ์ได้อย่างเต็มที่ ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกปฏิสัมพันธ์ที่สำคัญได้รับการกำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เกิดผลกระทบสูงสุด ความแตกต่างเชิงโครงสร้างนี้ทำให้เกม JRPG สามารถสร้างความรู้สึกผูกพันที่ยากจะเกิดขึ้นได้เมื่อบุคลิกของตัวละครถูกปล่อยให้ผู้เล่นตีความเองทั้งหมด
ปรัชญาที่แตกต่างกันของเกมสวมบทบาท
การถกเถียงนี้เน้นให้เห็นถึงปรัชญาการออกแบบที่แตกต่างกันสองแบบ ได้แก่ แนวทาง 'แซนด์บ็อกซ์' ของนักพัฒนาชาวตะวันตก และแนวทาง 'ละคร' ของสตูดิโอญี่ปุ่น ในขณะที่อุตสาหกรรมมักยกย่องอิสรภาพของเกมตะวันตก มรดกที่ยั่งยืนของเกม JRPG คลาสสิก ซึ่งมักถูกกำหนดโดยเพลงประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ การเล่าเรื่องที่น่าทึ่ง และกลุ่มตัวละครที่น่าจดจำ ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจว่าเรื่องราวที่เล่าอย่างดีและตายตัวนั้นทรงพลังได้ไม่แพ้เรื่องราวที่ผู้เล่นสร้างขึ้นเอง ในขณะที่ 'Clair Obscur' ยังคงพัฒนาต่อไป เป็นที่ชัดเจนว่า Broche กำลังมองหาที่จะจับภาพเวทมนตร์เฉพาะที่สร้างความประทับใจทางอารมณ์ซึ่งกำหนดนิยามยุคทองของเกมสวมบทบาทญี่ปุ่น