ข่าวร้ายสำหรับแฟนเกม JRPG: Nacon ปิดสตูดิโอ Midgar อย่างเป็นทางการ ทำให้เกม 'Edge of Memories' ต้องอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอน

Nacon ปิดสตูดิโอ Midgar อย่างเป็นทางการ ทำให้อนาคตของเกม JRPG ที่หลายคนรอคอยอย่าง 'Edge of Memories' ไม่แน่นอน อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ 18 ปีของสตูดิโอแห่งนี้

A
Staff Writer
โพสต์เมื่อ 20/07/2026 18:51
ข่าวร้ายสำหรับแฟนเกม JRPG: Nacon ปิดสตูดิโอ Midgar อย่างเป็นทางการ ทำให้เกม 'Edge of Memories' ต้องอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอน

การปิดตัวอย่างกะทันหันของวิสัยทัศน์สร้างสรรค์

อุตสาหกรรมเกมยังคงเผชิญกับยุคที่ผันผวน เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการปรับโครงสร้าง ในข่าวร้ายสำหรับวงการเกม JRPG อินดี้ Nacon ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการปิดตัวของ Midgar Studio ทีมพัฒนาเกมจากเมืองมงเปลลิเยร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์แบบฝรั่งเศสเข้ากับความรู้สึกในการเล่นเกมแบบญี่ปุ่น ข่าวนี้สร้างความตกใจให้กับแฟนๆ ที่กำลังรอคอยโปรเจกต์ใหม่ที่ทะเยอทะยานของสตูดิโอ

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านโพสต์ที่แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งบน LinkedIn โดย Jérémy Zeler-Maury ผู้ก่อตั้ง Midgar Studio

เซเลอร์-มอรีแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง โดยเปิดเผยว่าแม้จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหาผู้ซื้อหรือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อช่วยบริษัท แต่ศาลก็ได้มีคำสั่งให้ยุบเลิกสตูดิโออย่างเป็นทางการ

สิบแปดปีแห่งความหลงใหลและนวัตกรรม

Midgar Studio ก่อตั้งขึ้นในปี 2008 โดยเริ่มต้นจาก "ไอเดียสุดแหวกแนว" ในการสร้างเกมที่เชื่อมโยงปรัชญาการออกแบบของตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน ตลอดระยะเวลาเกือบสองทศวรรษ สตูดิโอแห่งนี้ได้สร้างชื่อเสียงอันโดดเด่นในอุตสาหกรรมเกม โดยผลิตเกมที่ให้ความสำคัญกับงานศิลปะและการเล่าเรื่องที่สร้างบรรยากาศ

มรดกของสตูดิโอถูกกำหนดโดยเกมหลักสองเกม ได้แก่:
Hover: Revolt of Gamers (2017/2018): เกมที่มีพลังงานสูง ชวนให้นึกถึง Jet Set Radio ซึ่งวางจำหน่ายบน PC, PS4, Xbox One และ Nintendo Switch
Edge of Eternity (2021/2022): เกม JRPG แบบเทิร์นเบสสุดคลาสสิกที่ได้รับคำชมในด้านการสร้างโลกและกลไกการต่อสู้ ตอกย้ำชื่อเสียงของ Midgar ในฐานะผู้พัฒนาเกมที่มีความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและเป็นระบบ

ในข้อความอำลา Zeler-Maury ได้ยกย่องทีมงานของเขา โดยระบุว่าสตูดิโอแห่งนี้เป็นมากกว่าธุรกิจ—มันคือกลุ่มบุคคลมากความสามารถที่เปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นความจริงตลอด 18 ปีแห่งการทำงานหนัก งาน

ชะตากรรมของ 'Edge of Memories'

สิ่งที่ชุมชนกังวลมากที่สุดคือสถานะของ Edge of Memories เกมนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นภาคต่อทางจิตวิญญาณของ Edge of Eternity และเป็นเกมที่ได้รับการคาดหวังอย่างสูง โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในปี 2026 บน PC, PlayStation 5 และ Xbox Series X/S

ปัจจุบัน อนาคตของโครงการนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน Nacon ยังไม่ได้ให้แผนงานที่ชัดเจนว่าเกมจะถูกพัฒนาต่อโดยสตูดิโออื่น หรือโครงการจะถูกยกเลิกไปพร้อมกับการปิดตัวของสตูดิโอ เมื่อพิจารณาจากปัญหาทางการเงินที่ Nacon รายงานมา ความเป็นไปได้ที่จะยกเลิกทั้งหมดนั้นมีสูง แม้ว่าแฟนๆ จะยังคงมีความหวังว่าความคืบหน้าของโครงการจะสามารถกู้คืนได้

สัญญาณเตือนสำหรับอุตสาหกรรม

การปิดตัวของ Midgar Studio ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ตั้งแต่การปลดพนักงานครั้งใหญ่ในสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง Xbox และ PlayStation ไปจนถึงการล่มสลายของบริษัทอิสระขนาดเล็ก อุตสาหกรรมเกมกำลังเผชิญกับการปรับตัวหลังการระบาดใหญ่ การสูญเสียสตูดิโอเฉพาะทางอย่าง Midgar เน้นย้ำถึงความเปราะบางของนักพัฒนา "ขนาดกลาง" ที่ขาดการสนับสนุนอย่างมหาศาลจากสำนักพิมพ์รายใหญ่

ขณะที่ประตูในเมืองมงเปลลิเยร์ปิดลง เซเลอร์-มอรีได้เรียกร้องให้อุตสาหกรรมหันมามองถึงความสามารถของทีมงานที่ได้รับผลกระทบ โดยเน้นย้ำว่าแม้บริษัทจะปิดตัวลง แต่ประสบการณ์และคุณค่าของเพื่อนร่วมงานยังคงอยู่

บทความที่เกี่ยวข้อง