วิกฤตการณ์ฉนวนกาซา: การโจมตีของอิสราเอลคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์อีก 5 ราย ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง

กองกำลังอิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์อีก 5 ราย รวมถึงเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ในการโจมตีด้วยโดรนและการยิงปืนครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยในฉนวนกาซา

A
Staff Writer
โพสต์เมื่อ 12/07/2026 15:40
วิกฤตการณ์ฉนวนกาซา: การโจมตีของอิสราเอลคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์อีก 5 ราย ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง

ความรุนแรงทวีความรุนแรงขึ้นในฉนวนกาซา

ความรุนแรงได้ปะทุขึ้นอีกครั้งในฉนวนกาซา หลังจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปอย่างน้อย 5 ราย จากการโจมตีและยิงปืนอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขกาซา ผู้เสียชีวิตล่าสุดรวมถึงพลเรือนที่ติดอยู่ในวงล้อมของการสู้รบที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งเน้นย้ำถึงสถานการณ์ความมั่นคงที่เปราะบาง แม้จะมีความพยายามจากนานาชาติในการรักษาสันติภาพก็ตาม

ในบรรดาผู้เสียชีวิตมีเด็กชายทาลา อาบู มาตาร์ วัย 9 ขวบ ซึ่งถูกสังหารเมื่อกองกำลังอิสราเอลเปิดฉากยิงใส่ค่ายผู้ลี้ภัยที่ตั้งอยู่ทางขอบด้านตะวันออกของค่ายผู้ลี้ภัยอัล-บูเรจ ในใจกลางกาซา

การเสียชีวิตของเด็กหญิงคนดังกล่าวได้จุดประกายเสียงเรียกร้องอีกครั้งเกี่ยวกับความปลอดภัยของพลเรือนและครอบครัวผู้พลัดถิ่นที่อาศัยอยู่ในที่พักพิงชั่วคราว

การโจมตีด้วยโดรนและการกำหนดเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐาน

ในเหตุการณ์ที่แยกจากกันแต่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันอาทิตย์ โดรนของอิสราเอลได้โจมตีร้านตีเหล็กในย่านซาบราของเมืองกาซา เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอัล-ชิฟา ซึ่งเป็นที่ที่ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวไปรักษา ยืนยันว่ามีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน จากแรงระเบิด ต่อมากองทัพอิสราเอลยอมรับปฏิบัติการดังกล่าว โดยระบุว่าการโจมตีมีเป้าหมายที่ "โครงสร้างพื้นฐานของผู้ก่อการร้าย" แม้ว่าจะไม่ได้ให้หลักฐานเฉพาะเจาะจงเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้างดังกล่าวก็ตาม

ความโหดร้ายของเหตุการณ์ในช่วงสุดสัปดาห์ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงวันศุกร์ โดยมีรายงานว่าชายชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากบาดแผลกระสุนปืนใกล้กับค่ายอัล-บูเรจ นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียชีวิตอีกรายทางตะวันออกของเมืองข่านยูนิสในฉนวนกาซาตอนใต้ หลังจากการโจมตีด้วยโดรน ซึ่งเน้นย้ำถึงกิจกรรมทางทหารที่แพร่หลายในปัจจุบัน

การหยุดยิงและการควบคุมดินแดนที่กำลังเสื่อมถอย

การโจมตีเหล่านี้เป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยซึ่งตกลงกันไว้ในเดือนตุลาคม แม้ว่าการสู้รบภาคพื้นดินขนาดใหญ่จะลดลง แต่กองทัพอากาศอิสราเอลยังคงประจำการอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเผยให้เห็นความสูญเสียที่น่าสยดสยอง นับตั้งแต่การหยุดยิงมีผลบังคับใช้ ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตมากกว่า 1,098 คน และบาดเจ็บ 3,535 คน จากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล

นอกเหนือจากความสูญเสียแล้ว ภูมิทัศน์ทางภูมิศาสตร์การเมืองของฉนวนกาซากำลังเปลี่ยนแปลงไป อิสราเอลได้ขยายอิทธิพลทางทหารออกไปนอก "เส้นสีเหลือง" ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตแดนที่ตกลงกันไว้ของดินแดนที่ถูกยึดครอง สำนักงานสื่อของรัฐบาลกาซาเพิ่งรายงานว่ากองกำลังอิสราเอลควบคุมพื้นที่ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของกาซาแล้ว ซึ่งบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวไปสู่การยึดครองในระยะยาวมากกว่าการถอนกำลังทางยุทธวิธี

ภาวะชะงักงันทางการทูตในไคโร

ความรุนแรงที่ทวีความรุนแรงขึ้นเกิดขึ้นพร้อมกับความพยายามทางการทูตที่สำคัญในอียิปต์ ผู้นำฮามาสได้เดินทางเยือนไคโรเมื่อเร็วๆ นี้เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนสันติภาพระยะที่สองที่เสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา แหล่งข่าวใกล้ชิดกับการเจรจาระบุว่าการเจรจามุ่งเน้นไปที่ประเด็นที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการปลดอาวุธของฮามาสและการถอนกำลังทหารอิสราเอลออกจากกาซาอย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวรายงานว่ายังไม่มีความคืบหน้าสำคัญใดๆ และกิจกรรมทางทหารที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ยังคงบั่นทอนความไว้วางใจที่จำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาทางการทูตอย่างยั่งยืน

หายนะทางมนุษยธรรม

ขนาดของความเสียหายนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม 2023 นั้นมหาศาล กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่ามีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 73,118 คน ด้วยพื้นที่ 90 เปอร์เซ็นต์ของฉนวนกาซาถูกทำลาย และประชากรส่วนใหญ่ต้องพลัดถิ่น วิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมได้มาถึงจุดแตกหัก ทำให้ผู้คนหลายล้านคนตกอยู่ในวงจรของความรุนแรง การพลัดถิ่น และความยากลำบาก

แหล่งที่มา: www.aljazeera.com

บทความที่เกี่ยวข้อง