กองทัพเรือสหรัฐฯ เตรียมเปิดฉากปิดล้อมอิหร่าน ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ

กองทัพสหรัฐฯ เตรียมเริ่มปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ติดตามผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับช่องแคบฮอร์มุซและความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

A
Staff Writer
โพสต์เมื่อ 13/07/2026 19:45
กองทัพเรือสหรัฐฯ เตรียมเปิดฉากปิดล้อมอิหร่าน ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ

ความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย

กองทัพสหรัฐฯ ประกาศว่าจะเริ่มการปิดล้อมทางทะเลอย่างครอบคลุมต่อท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน โดยมีผลบังคับใช้เวลา 20:00 GMT ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 การเคลื่อนไหวนี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะวิธีการควบคุมเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ ถือเป็นการเพิ่มความรุนแรงอย่างมีนัยสำคัญในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างสองประเทศ

จุดยุทธศาสตร์สำคัญและผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการจัดหาพลังงานทั่วโลก การปิดล้อมคุกคามที่จะขัดขวางการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น และบังคับให้มีการประเมินแผนเศรษฐกิจโลกใหม่ครั้งใหญ่

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวว่า สหรัฐฯ ตั้งใจที่จะวางตัวเป็น 'ผู้พิทักษ์' เส้นทางน้ำ โดยชี้ให้เห็นว่าภารกิจนี้จะได้รับการสนับสนุนจากการเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่แล่นผ่าน ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่มุ่งสร้างรายได้จำนวนมาก

ท่าทีท้าทายของอิหร่าน

รัฐบาลอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการต่อต้านอย่างรุนแรงต่อคำสั่งของสหรัฐฯ รัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อาราคชี เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศต่ออธิปไตย โดยยืนยันว่าอิหร่านจะยังคงทำหน้าที่เป็น 'ผู้พิทักษ์' ที่แท้จริงของช่องแคบฮอร์มุซ รายงานจากสื่อของรัฐอิหร่านระบุว่า เกิดการระเบิดขึ้นแล้วในเมืองท่าสำคัญหลายแห่ง รวมถึงบันดาร์อับบาส ซิริก และจาสก์ ตลอดจนเกาะเกชม ซึ่งเป็นเกาะยุทธศาสตร์สำคัญ บ่งชี้ถึงการเริ่มต้นที่ไม่แน่นอนของปฏิบัติการปิดล้อมที่วางแผนไว้

ความไม่มั่นคงในภูมิภาค

พัฒนาการล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการโจมตีและตอบโต้กันหลายครั้งระหว่างกองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะที่ทั้งสองประเทศต่างเพิ่มความตึงเครียดทางทหารมากขึ้น ประชาคมโลกยังคงกังวลเกี่ยวกับโอกาสในการเจรจาสันติภาพและความมั่นคงในระยะยาวของภูมิภาคตะวันออกกลาง การซ้อมรบทางทหารครั้งนี้คาดว่าจะสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อระบบโลจิสติกส์และความมั่นคงในภูมิภาค ทำให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

แหล่งที่มา: www.aljazeera.com

บทความที่เกี่ยวข้อง