ความภักดีสองด้านและถนนที่แบ่งแยก: ชัยชนะของโมร็อกโกในฟุตบอลโลกจุดประกายอารมณ์ในเนเธอร์แลนด์

หลังจากการคว้าชัยชนะอย่างดราม่าในการดวลจุดโทษเหนือเนเธอร์แลนด์ในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 การเฉลิมฉลองในอัมสเตอร์ดัมกลับถูกบดบังด้วยเหตุการณ์ปะทะกับตำรวจในกรุงเฮก

A
Staff Writer
โพสต์เมื่อ 30/06/2026 11:41
ความภักดีสองด้านและถนนที่แบ่งแยก: ชัยชนะของโมร็อกโกในฟุตบอลโลกจุดประกายอารมณ์ในเนเธอร์แลนด์

การปะทะที่ตึงเครียดนอกสนาม

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้ายระหว่างเนเธอร์แลนด์และโมร็อกโกนั้น มีแนวโน้มที่จะเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความปั่นป่วนให้กับชุมชนชาวดัตช์-โมร็อกโกเสมอมา สิ่งที่เริ่มต้นจากการแข่งขันฟุตบอลที่ทุกคนตั้งตารอคอย กลับกลายเป็นบทสนทนาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับอัตลักษณ์ ความจงรักภักดี และความสามัคคีทางสังคม เมื่อการดวลจุดโทษรอบสุดท้ายจบลงด้วยชัยชนะของโมร็อกโกที่เขี่ยเนเธอร์แลนด์ตกรอบ ผลที่ตามมาทำให้ท้องถนนของประเทศแบ่งออกเป็นสองความเป็นจริงที่แตกต่างกัน คือ การเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนานในบางเขต และความไม่สงบที่รุนแรงในเขตอื่นๆ

ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมนุษย์กับอัตลักษณ์สองด้าน

ด้วยจำนวนประชากรเชื้อสายโมร็อกโกประมาณ 440,000 คนที่อาศัยอยู่ในเนเธอร์แลนด์ ช่วงเวลาก่อนการแข่งขันจึงเต็มไปด้วยคำถามที่ว่า “คุณเชียร์ใคร?” ในขณะที่หลายคนมองว่าการถกเถียงนี้เป็นการสำรวจมรดกทางวัฒนธรรมอย่างสนุกสนาน แต่บางคนก็เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก

บุคคลสำคัญอย่างอดีตนักฟุตบอลทีมชาติเนเธอร์แลนด์อย่าง อิบราฮิม อาเฟลลาย ได้ออกมาแสดงการสนับสนุนทีมชาติโมร็อกโกอย่างเปิดเผย ซึ่งเน้นย้ำถึงแนวโน้มที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ที่ผู้เล่นและแฟนบอลที่มีเชื้อสายผสมเริ่มระบุตัวตนกับรากเหง้าของตนเองมากขึ้น แนวโน้มนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากวาทกรรมของนักการเมืองฝ่ายขวา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกียร์ท ไวลเดอร์ส ซึ่งมีประวัติการโจมตีชุมชนมุสลิมและโมร็อกโกมายาวนาน ทำให้ผู้ที่อาจสนับสนุนทีมชาติเนเธอร์แลนด์กลับห่างเหินออกไป

เรื่องราวของสองเมือง: การเฉลิมฉลองและความขัดแย้ง

เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น บรรยากาศในเนเธอร์แลนด์ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในอัมสเตอร์ดัม ปฏิกิริยาส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความปีติยินดี แม้ว่าเนเธอร์แลนด์จะตีเสมอได้ในช่วงท้ายเกม แต่ความเหนือกว่าทางด้านยุทธวิธีและประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในการดวลจุดโทษของโมร็อกโก ทำให้พวกเขาคว้าชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์มาได้ ในย่านต่างๆ ของเมืองหลวง บรรดาผู้สนับสนุน—บางคนสวมใส่ทั้งสีส้มและสีธงชาติโมร็อกโก—ต่างแบ่งปันช่วงเวลาแห่งมิตรภาพอย่างเงียบๆ โดยแฟนบอลบางคนถึงกับแสดงความยินดีกับแฟนบอลฝ่ายตรงข้าม

อย่างไรก็ตาม ในกรุงเฮก บรรยากาศกลับมืดมนลง เจ้าหน้าที่รายงานเหตุการณ์ที่ตำรวจถูกขว้างปาด้วยดอกไม้ไฟและขวดแก้ว ส่งผลให้มีการจับกุมอย่างน้อยสิบคน มีรายงานการจับกุมในลักษณะเดียวกันในเมืองรอตเตอร์ดัม ซึ่งเน้นย้ำว่าสำหรับบางคน การแข่งขันครั้งนี้เป็นเหมือนเป้าล่อของความไม่พอใจทางสังคมในวงกว้าง มากกว่าที่จะเป็นเพียงการแข่งขันกีฬา

กีฬาเป็นกระจกสะท้อนสังคมสมัยใหม่

การที่โมร็อกโกก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจด้านฟุตบอล—ปัจจุบันอยู่อันดับที่ 6 ของโลกและมีผลงานที่แข็งแกร่งในการแข่งขันก่อนหน้านี้—ตอกย้ำความชอบธรรมของพวกเขาในเวทีโลก อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่สังเกตได้ระหว่างและหลังการแข่งขันชี้ให้เห็นว่าฟุตบอลในยุโรปยังคงดำเนินอยู่ในพื้นที่ที่ซับซ้อนซึ่งการเมือง การอพยพ และอัตลักษณ์ของชาติมาบรรจบกัน ขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลกยังคงดำเนินต่อไป เหตุการณ์ในแมตช์นี้เป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญว่า แม้โลกดิจิทัลมักจะก่อให้เกิดความแตกแยกผ่านวาทกรรมและการยุยงปลุกปั่นที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แต่ความเป็นจริงทางกายภาพของชุมชนนั้นมักมีความซับซ้อนกว่า และในหลายๆ ที่ก็มีความกลมกลืนกันอย่างน่าประหลาดใจ

แหล่งที่มา: www.theguardian.com
Tags: #Football #World Cup 2026 #Morocco #Netherlands #Social Cohesion #Sports News

บทความที่เกี่ยวข้อง